ว่านหางจระเข้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aloe barbadensis (Mill.), วงศ์ LILIACEAL ชื่อในภาษาละตินว่า Aloe Vera เป็นสมุนไพรที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใสๆและยางสีเหลืองๆ ซึ่งยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังหน่อย ดีไม่ดีอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ คือถ้าเอามาทาจะมีอาการแสบร้อน
ในบางคนอาจจะแพ้เป็นผื่นคันได้ หากต้องการทดลองว่าเราจะแพ้สารตัวนี้หรือไม่ก็ให้ลองนำว่านหางจระเข้ที่ตัดใหม่ๆมาทาดูที่บริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ถ้ามีอาการคันก็หมายความว่าเราแพ้ไม่ควรนำมาใช้ในการรักษาสิว
ผู้คนนิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้ากัน แต่ว่านหางจระเข้อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งมากๆ ซึ่งถ้านำมาใช้ลำพังจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากยิ่งขึ้นได้
ผู้คนนิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้ากัน แต่ว่านหางจระเข้อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งมากๆ ซึ่งถ้านำมาใช้ลำพังจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากยิ่งขึ้นได้
ท่านผู้รู้แนะนำให้นำมาผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดงแล้วคนอย่างแรงจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าใสและชุ่มชื่นดี
แต่สำหรับรายที่มีผิวหน้ามันมาก ก็ควรนำว่านที่ตัดใหม่ๆไปแช่น้ำสะอาดให้ยางเหลืองไหลออกหมดเสียก่อน จากนั้นก็นำวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าก็จะเกิดอาการตึง รูขุมขุนก็จะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้
แต่สำหรับรายที่มีผิวหน้ามันมาก ก็ควรนำว่านที่ตัดใหม่ๆไปแช่น้ำสะอาดให้ยางเหลืองไหลออกหมดเสียก่อน จากนั้นก็นำวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าก็จะเกิดอาการตึง รูขุมขุนก็จะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้
สำหรับใครที่มีสิวอักเสบแล้ว ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้ เพราะจะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เดี๋ยวจะไปกันใหญ่.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น