วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สิวคืออะไร สิวมีกี่ชนิด และจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อเป็นสิว




 
สิว มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า  acne  และมีชื่อทางการว่า  acne vulgaris
สิวมิได้เป็นปัญหาเฉพาะกับคนหนุ่มคนสาว แต่สิวมีได้เป็นได้กับคนทุวัย
ตั้งแต่อายุ 10 ปีถึงอายุ 40 ปี  แต่จะพิเศษหน่อยก็ในกรณีเพศหญิงจะเริ่มเป็นกันมาก
ในระหว่างอายุ 10 ปีถึงอายุ 20 ปี 
ข้อดีสำหรับบางรายก็คือ เมื่อเป็นสิวจนอายุถึง 40 ปีแล้วก็จะไม่เป็นสิวอีกเลย

ประเภทของสิว




-สิวเกิดจากรูขุมขนอุดตัน(congested pores =comedones),
-สิวหัวขาว (whiteheads)
-สิวหัวดำ (blackheads)
-สิวผื่นแดง (pimples ("zits")
-สิวหัวหนอง (pustules)

สาเหตุของการเกิดสิว



 
การเกิดของสิวมีสาเหตุหลายอย่าง  สิวเกิดเมื่อต่อมน้ำมัน(sebaceous) มีชีวิตขึ้นมาในช่วงที่คนเป็นหนุ่มเป็นสาว ซึ่งถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนเพศชายจากต่อม adrenal glands ของทั้งเพศหญิงและเพศชาย  ปกติน้ำมัน Sebum เป็นสารธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นและปกป้องผิวหนัง แต่เมื่ออยู่ภายใต้สภาวการณ์บางอย่าง  เซลล์ต่างๆที่อยู่ใกล้กับผัวหนังจะไปปิดกั้นรูของต่อม sebaceous glandsและทำให้เนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆอักเสบเป็นหนองขึ้นมา บริเวณที่เกิดสิวได้แก่ ที่ใบหน้า หน้าอก และที่หลัง

องค์ประกอบที่ทำให้เกิดสิว :



 
-กรรมพันธุ์ (Heredity)  เกือบทุกคนต้องเป็นสิวในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตทั้งนั้น จะว่าสิวเป็นโรคที่ติดมากับกรรมพันธุ์เห็นจะไม่ถูกต้องนัก

-อาหาร  (Food) พ่อแม่ของเราจะคอยบอกว่าอาหารที่จะกระตุ้นให้เกิดสิว ได้แก่ อาหารฝรั่งประเภท ปิซซา  ช็อกโกแล็ต  อาหารประเภททอดหรือปิ้งด้วยน้ำมัน และอาหารขยะหรือประเภทกินด่วน (Junk food)  แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะไม่ดีต่อสุขอนามัยโดยรวมของเรา แต่มันก็ไม่ได้เป็นสาเหตุของสิวหรือทำให้อาการของสิวรุนแรงยิ่งขึ้น  แม้ว่าจะมีการวิจัยพบว่าผลิตภัณฑ์ประเภทที่มาจากนมทั้งหลายเป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิว แต่การวิจัยเหล่านี้ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ

-ความสกปรก (Dirt) เหงื่อมิได้เป็นสาเหตุของสิว  แต่เราก็ควรอาบน้ำหลังจากออกกำลังกายมาแล้ว เพราะกลัวกันไปว่าเหงื่อไปไปอุดตันรูขุมขน  แต่การอาบน้ำบ่อยเกินไปก็ไม่ดีอีกเหมือนกัน เพราะมันจะทำให้ผิวหนังแห้งและเกิดการระคายเคืองได้

-ความเครียด (Stress) บางคนเมื่อสิวขึ้นก็เกิดการโมโหและใช้วิธีบีบออก ซึ่งแทนที่สิวนั้นจะหายเร็วขึ้นก็อาจจะทำให้มันเป็นนานขึ้นก็ได้  แต่ว่าเป็นแล้วความเครียดมิได้มีบทบาทโดยตรงในการทำให้เกิดสิวแต่อย่างใด

-ฮอร์โมน (Hormones) การกินยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดอาจช่วยบำบัดสิวได้ด้วยซ้ำไป  ปกติแล้วฮอร์โมนจะไม่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดสิวในผู้หญิง เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงนั้นจะมีประจำเดือนไม่มาเป็นปกติ การตั้งครรภ์ก็มีคนคิดว่ามีผลต่อการมีสิว ในผู้หญิงบางคนบอกว่าตอนตั้งครรภ์สิวจะหายไปหมด แต่ในผู้หญิงบางคนบอกว่ายิ่งตอนตั้งครรภ์ยิ่งเป็นสิวมาก  แต่ในผู้หญิงหลายคนบอกว่าการตั้งครรภ์มิได้มีผลใดๆกับการมีสิวหรือไม่มีสิว

-เครื่องสำอาง (Cosmetics)  ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอางและดูแลผิวหนัง (cosmetic and skin-care products) ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ไปอุดรูขุมขน (comedogenic)  แต่ก็ควรเลือกใช้ประเภทที่ฝอยบรรยายสรรพคุณบอกเป็นภาษาอังกฤษว่า (“water-based" or "oil-free") เป็นดีที่สุด
.
-การกดทับ (Pressure) ในคนไข้บางราย การกดทับอันเกิดจากการสวมหมวก สายลัดคาง คอเสื้อ และอื่นๆอาจทำให้อาการของสิวรุนแรงยิ่งขึ้นได้

-ยา (Drugs) การใช้ยาอาจทำให้เกิดสิวหรือทำให้อาการของสิวรุนแรงมากยิ่งขึ้นก็ได้ ได้แก่  ยาประเภทที่มีสาร iodides, bromides, or oral or injected steroids  ยาอื่นๆที่เป็นสาเหตุของสิวและทำให้สิวมีการรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้แก่ ยาที่เข้าสาร anticonvulsant และ lithium

-อาชีพ (Occupations) อาชีพบางอย่างที่อยู่ใกล้ถูกจับกับผลิตภัณฑ์ประเภท cutting oils เป็นต้น ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้

เมื่อเป็นสิวคุณควรทำอย่างไร


  1. ค่อยๆทำความสะอาดผิวหนังให้สะอาด
  2. พยายามอย่าไปถูกต้องผิวหนังที่เป็นสิวนั้น
  3. พยายามอย่าถูกแดด
  4. ทำการรักษาสิวด้วยการใช้ยาและครีม

คุณสามารถหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวได้ตามร้านขายยาหรือตามเคาเตอร์เครื่องสำอางโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งของแพทย์ แต่หากสิวมีอาการรุนแรงมาก ก็ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อหาทางบำบัดรักษาต่อไปได้หลายวิธี

ว่านหางจระเข้สมุนไพรกันและแก้สิว



ว่านหางจระเข้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aloe barbadensis (Mill.), วงศ์  LILIACEAL ชื่อในภาษาละตินว่า  Aloe Vera เป็นสมุนไพรที่ใช้ใบ ภายในจะมีวุ้นใสๆและยางสีเหลืองๆ ซึ่งยางสีเหลืองตัวนี้ต้องระวังหน่อย ดีไม่ดีอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ คือถ้าเอามาทาจะมีอาการแสบร้อน

ในบางคนอาจจะแพ้เป็นผื่นคันได้ หากต้องการทดลองว่าเราจะแพ้สารตัวนี้หรือไม่ก็ให้ลองนำว่านหางจระเข้ที่ตัดใหม่ๆมาทาดูที่บริเวณท้องแขน ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที ถ้ามีอาการคันก็หมายความว่าเราแพ้ไม่ควรนำมาใช้ในการรักษาสิว

ผู้คนนิยมนำว่านหางจระเข้มาทาหน้ากัน แต่ว่านหางจระเข้อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้งมากๆ ซึ่งถ้านำมาใช้ลำพังจะทำให้ผิวหน้าแห้งมากยิ่งขึ้นได้ 

ท่านผู้รู้แนะนำให้นำมาผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดงแล้วคนอย่างแรงจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าใสและชุ่มชื่นดี

แต่สำหรับรายที่มีผิวหน้ามันมาก ก็ควรนำว่านที่ตัดใหม่ๆไปแช่น้ำสะอาดให้ยางเหลืองไหลออกหมดเสียก่อน จากนั้นก็นำวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก หน้าก็จะเกิดอาการตึง รูขุมขุนก็จะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้

สำหรับใครที่มีสิวอักเสบแล้ว ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ว่านหางจระเข้ เพราะจะเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เดี๋ยวจะไปกันใหญ่.